วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2560

มนุษย์เว้าแหว่ง



มนุษย์เว้าแหว่ง
            เป็นที่ยอมรับกันละว่า การจะค้นหาคนที่เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่สมบูรณ์แบบ ร้อยเปอร์เซ็นนั้น มันอย่างยิ่งซะหาเข็มในมหาสมุทรซะอีกก็ว่าได้ หรือเรียกได้ว่าเปอร์เซ็นที่จะหาเจอนั้นเป็น ศูนย์ไปเลย คนแต่ละคนเกิดมาด้วยความแตกต่างมาตั้งแต่กำเนิด ไม่ว่า จะต่างกันทางภายนอก อันได้แก่ รูปร่างหน้าตา การเดิน การนั่ง จนกระทั้งถึง ภายใน ความคิดจิตใจ บุคลิกภาพ นิสัยใจคอ นั่นคือความแตกต่างที่คนเรามีติดมาโดยบางอย่างเราก็เลือกสรรคเองไม่ได้
            จะว่าไป ความไม่สมบูรณ์ของสิ่งที่คนเราได้มาก็เปรียบได้กับ ความเว้าแหว่ง พอได้ยินคำนี้บางคนอาจจะรู้สึก ว่าไม่ชอบขึ้นมา เพราะโดยปกติแล้วคนเราก็มักชอบสิ่งต่างๆ ที่สมบูรณ์ สังเกตง่าย ๆ ตั้งแต่การเลือกซื้อของใช้ ของกิน  เป็นเรื่องพื้นฐานง่าย   ๆ ที่เราต้องเลือก ของที่แตกหัก ไม่สมบูรณ์ เว้าแหว่งมักจะถูกคัดทิ้งก่อนเป็นอันดับแรก แม้กระทั่งการเลือกที่จะคบคน ก็มักจะเลือกคนที่มีความสมบูรณ์ บุคคลที่เว้าแหว่ง ก็มักจะถูกคัดทิ้ง จนลืมก้มมองดูตัวเองไปว่า เราก็เป็นคนที่เว้าแหว่ง เช่นกัน หลายคนมักนำพาความเว้าแหว่งในตัวเอง ไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ๆ ไม่ว่า เรื่องหน้าตา นิสัยใจคอ ฐานะการเงิน จนต้องแสวงหาสิ่งภายนอกต่าง ๆ มาทดแทน กันให้วุ่นไปหมด อยากให้รูปลักษณ์ภายนอกดูดี นำสารเคมีต่าง ๆ มาฉีดเข้าร่างกายตนเองจนบางครั้ง ร่างกายประท้วงออกมาในรูปแบบต่าง ๆ เช่นการเจ็บป่วย อาการแพ้ ขั้นรุนแรงก็เสียชีวิตไปเลย แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด การนำความเว้าแหว่งของเราไปเปรียบเทียบกับบุคคลอื่น แล้วเสริมด้วยความคิดเชิงบวก พลังทางบวกก็จะมีส่วนที่พัฒนาศักยภาพของเรา เช่นบางคน พัฒนาตนเองในเรื่องบุคลิกภาพ มีการปรับปรุงใหม่ให้ดูดีขึ้น นิสัยใจคอที่ดูว่าอยู่ต่อไปจะไม่มีใครคบหาด้วย ก็มีการปรับปรุง ความยากจนที่ทุกคนวิ่งหนี ก็ขยันทำมาหากิน สิ่งเหล่านี้น่าชื่นชม นี้ก็เป็นส่วนดีของความเว้าแห่วงในตัวเราหากเรานำมาใช้ในทางที่สร้างสรรค์ หลายคนยังเป็นทุกข์กับความเว้าแหว่งของตัวเอง ขอให้มองไปรอบ ๆ ตัวเถอะว่า รอบๆ ตัวเรานั้นแวดล้อมไปด้วยมนุษย์เว้าแหว่งทั้งนั้น ไม่มีใครไม่เป็น เพียงแต่เราจะเรียนรู้ที่จะอยู่และภาคภูมิใจในความเว้าแหว่งของเราอย่างไร ไม่แน่นะ ความเว้าแหว่งของแต่ละคน อาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้คนเราอยู่ร่วมกันได้  เช่น เวลาที่เรารวมกลุ่มกันทำงาน หรือ เรียน หากทุกคนไม่มีความเว้าแหว่งเลย คงเกิดความวุ่นวายขึ้นมา เช่น ทุกคนในกลุ่ม กล้าพูด กล้าแสดงออก ก็จะขาดผู้ฟังในกลุ่ม  สังเกตเถอะว่า ในกลุ่มของเราต้องมีทั้งคนที่ชอบฟัง คนชอบพูด คนเก็บข้อมูล นั่นแหละก็จะทำให้กลุ่มของเราสมบูรณ์ขึ้นมาจากความเว้าแหว่งได้
            ท้ายสุดความเว้าแหว่งกับคนเราก็ยังอยู่คู่กันไปตลอด ถึงแม้ว่าเราจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงยังไง ความเว้าแหว่งก็ยังคงอยู่ ตราบใดที่ในใจเรามันไม่เคยเต็ม ว่ากันเถอะมานำความเว้าแหว่งที่ดูว่าใครๆ ก็ไม่อยากได้ มาทำให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว สังคม ไปจนถึงมนุษย์ร่วมโลก จงจำไว้ว่าความเว้าแหว่งของเราคือพรอย่างหนึ่งที่ได้รับมาเพื่อให้เราสามารถอยู่กับคนอื่นๆ ได้อย่างลงตัวในโลกใบนี้ ยิ้มรับและขอขอบคุณพรนี้ที่ได้รับติดตัวมาโดยไม่ได้เลือกสรร
                                                             ครู โอลั้ง