ครั้งหนึ่งผู้เขียนได้ปฏิบัติหน้าที่รับราชการในโรงเรียนขนาดเล็ก ทั้งโรงเรียนมีนักเรีนไม่ถึง 130 คน มีครู 12 คน มีนักเรียนชั้น ม.1 - ม. 6 ระดับชั้นละ 1 ห้อง โรงเรีนเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แต่กิจกรรมหลายๆอย่างไม่เล็กตามจำนวนนักเรียน โรงเรียนมีพื้นที่ประมากณ 98 ไร่ สิ่งที่แตกต่างของโรงเรียนนี้คือการ ดำเนินกิจกรรมตามแนวทางของในหลวง การทำพื้ชผัก การให้นักเรียนรู้จักการพึ่งตนเอง การฝึกทักษะการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วันหนึ่งทางโรงเรียนได้จัดอบรมให้กลุ่มเกษตรกรเกี่ยวกับการทำปาล์มน้ำมัน ดิฉันและน้องอีกคนหนึ่งรับผิดชอบในการเตรียมนำเสนอผลงานผ่านPowerPoint บอกเล่าเรื่องราวที่พวกเราทำมา ผู้นำเสนอคือนักเรียนคนหนึ่งในระดับชั้น ม.6 เด็กคนนี้เป็นนักเรียนที่มีอะไรหลายๆ อย่างที่ยอมรับว่า เขาจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศเราต่อไป ขณะซ้อมนำเสนอ จนถึงเสไลด์สุดท้ายซึ่งจะขึ้นด้วยเพลงของผู้ปิดทองหลังพระ
เพื่อเป็นการตอกย้ำว่า พวกเราทำทุกอย่างโดยได้แบบอย่างการดำเนินงานมาจากที่ใด เด็กน้อยถามครูว่าเมื่อเพลงจบแล้วหนูควรจะพูดอะไรต่อดีค่ะ เรามองตานักเรียนแล้วบอกว่าหนูรู้สึกกับพระองค์อย่างไรละ ถ่ายทอดตามความรู้สึกของเราที่มีต่อพระองค์ท่านให้ทุกคนได้รับรู้ จำเป็นไหมที่พระราชาที่น่าจะได้นั่งสบายๆ อยู่ในวัง ต้องมานั่งบนพื้นดิน พื้นหญ้า ท่านทำเพื่ออะไรกัน ขอให้พูดตามความรุ้สึก นักเรียนรับรู้ตรงนั้น แล้ววันที่นำเสนอก็มาถึง ประธานเปิดการอบรมคือผู้ว่าราชการจังหวัด เด็กนำเสนอไปทีละสไลด์จนมาถึงไสลด์สุดท้าย เมื่อเพลงจบเขาได้พูดตามความรู้สึกที่ตนเองรักและเคารพต่อพระองค์ท่านด้วยเสียงสั่นเครือทั้งห้องประชุมเงียบ ตัวครูเองก็น้ำตาซึม ขอบคุณเหลือเกินที่ต้นอ่อนความจงรักภักดีได้เกิดขึ้นแล้วในใจเด็กน้อยคนนั้น ทุกครั้งที่พบปัญหาและเหนื่อยกับการทำงานกำลังใจและบุคคลที่เป็นแบบอย่างในชีวิตก็คือพระองค์ท่าน บัดนี้พระองค์ได้จากไปแล้ว แต่แนวคิดและหลักการทำงาน หลักการใช้ชีวิตจะยังคงอยู่ในใจของคนไทยตลอดไป

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น