เคยฟังเรื่องนายยึดกับนายคาดไหม
ถ้าไม่เคยฟังจะเล่าให้ฟัง
นายยึดกับนายคาดนั้นมักจะเป็นเพื่อนที่แวะเวียนมาหาคนเราเป็นประจำ มาทีไร
ทำให้เราเจ็บเกือบทุกครั้ง นายยึดในที่นี้ก็คือการยึดมั่น ยึดติด นายคาดก็คือ
นายคาดหวังนั่นเอง
ยามใดที่เพื่อนทั้งสองที่เราได้เชื้อเชิญเขามาแวะเวียนในใจของเรา
ก็มักจะทำให้เราต้องตกอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์ การยึดติด ยึดมั่น ยึดว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง
การคาดหวังคาดว่าต้องเป็นไปอย่างที่เราคิด ที่เราตั้งใจไว้ ไม่ว่าจะเรื่องครอบครัว เรื่องการงาน
เรื่องทั่วๆไปในชีวิตประจำวัน การที่เราคิดว่าทุกคนน่าจะเห็นด้วยกับเรา เพราะเราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์ แต่เอาเข้าจริงๆ กับไม่มีใครยอมรับหรือเห็นด้วยกับสิ่งที่เราคิดไว้ ตรงนี้แหละถ้าเรามีนายคาดหวังประชิดติดตัวเราก็จะทำให้เราตกอยู่ในความทุกข์นั่นเอง เคยมีนักจิตวิทยาท่านหนึ่งเขาชื่อ เอลลิสบอกว่า คนมักจะมีความเชื่อที่ไม่สมเหตุผล คือ มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายถ้าทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้ เราคาดหวังอะไรแล้วไม่เป็นดังที่เราหวังก็จะทำให้เราเป็นทุกข์ไม่สบายใจ ร้องไห้ฟูมฟาย หงุดหงิด บางครั้งหาที่ระบายกับคนใกล้ชิด ปัญหาก็เลยขยายวงกว้างขึ้นไปอีก หากว่าบุคคลนั้นยังหลงเชื่อและคิดแบบนั้นก็จะทำให้เขาจมอยู่กับความทุกข์อยู่นั้นเอง ดังนั้นหากสิ่งใดไม่เป็นดังที่เราคิด
หรือที่เราหวังไว้ พูดไปก็ไม่มีใครเห็นด้วย มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ย่อมเป็นไปได้ เพราะทุกคนต่างมีความคิดและความเชื่อเป็นของตัวเอง อยู่ที่เราเองต่างหากว่าจะยอมให้เพื่อนที่ชื่อนายยึดกับนายคาดอยู่กับเรานานแค่ไหน เขาจะอยู่กับเรานานเท่าที่เราอยากให้เขาอยู่นะ เราคงหลีกหนีเขาไม่ได้ แต่เราสามารถทำความรู้จักกับเขาได้ เพื่อที่จะทำให้เราสามารถยังยืนอยู่ในสังคมปัจจุบันได้โดยที่รู้เท่าทันนั่นเอง
ก็มักจะทำให้เราต้องตกอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์ การยึดติด ยึดมั่น ยึดว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง
การคาดหวังคาดว่าต้องเป็นไปอย่างที่เราคิด ที่เราตั้งใจไว้ ไม่ว่าจะเรื่องครอบครัว เรื่องการงาน
เรื่องทั่วๆไปในชีวิตประจำวัน การที่เราคิดว่าทุกคนน่าจะเห็นด้วยกับเรา เพราะเราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์ แต่เอาเข้าจริงๆ กับไม่มีใครยอมรับหรือเห็นด้วยกับสิ่งที่เราคิดไว้ ตรงนี้แหละถ้าเรามีนายคาดหวังประชิดติดตัวเราก็จะทำให้เราตกอยู่ในความทุกข์นั่นเอง เคยมีนักจิตวิทยาท่านหนึ่งเขาชื่อ เอลลิสบอกว่า คนมักจะมีความเชื่อที่ไม่สมเหตุผล คือ มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายถ้าทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้ เราคาดหวังอะไรแล้วไม่เป็นดังที่เราหวังก็จะทำให้เราเป็นทุกข์ไม่สบายใจ ร้องไห้ฟูมฟาย หงุดหงิด บางครั้งหาที่ระบายกับคนใกล้ชิด ปัญหาก็เลยขยายวงกว้างขึ้นไปอีก หากว่าบุคคลนั้นยังหลงเชื่อและคิดแบบนั้นก็จะทำให้เขาจมอยู่กับความทุกข์อยู่นั้นเอง ดังนั้นหากสิ่งใดไม่เป็นดังที่เราคิด
หรือที่เราหวังไว้ พูดไปก็ไม่มีใครเห็นด้วย มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ย่อมเป็นไปได้ เพราะทุกคนต่างมีความคิดและความเชื่อเป็นของตัวเอง อยู่ที่เราเองต่างหากว่าจะยอมให้เพื่อนที่ชื่อนายยึดกับนายคาดอยู่กับเรานานแค่ไหน เขาจะอยู่กับเรานานเท่าที่เราอยากให้เขาอยู่นะ เราคงหลีกหนีเขาไม่ได้ แต่เราสามารถทำความรู้จักกับเขาได้ เพื่อที่จะทำให้เราสามารถยังยืนอยู่ในสังคมปัจจุบันได้โดยที่รู้เท่าทันนั่นเอง
ไม่มีใครที่เกิดมาแล้วจะมีความทุกข์อยู่ตลอดทุกขณะจิต
และไม่มีใครที่จะมีความสุขอยู่ตลอดทุกขณะจิต
ในกรณีที่คนคนนั้นยังเป็นมนุษย์เดินดินกินข้าวอยู่ก็ต้องวนเวียนอยู่แบบนี้ตลอดไป ชีวิตของคนเราปะปนไปด้วยความดีใจและเสียใจสลับกัน
เหมือนการวิ่งพลัดที่มีการรับส่งไม้ต่อกันไปเรื่อยๆ
บางครั้งรับไม้ความทุกข์มาอยู่ในมือไว้นานกว่าไม้ความสุข บางครั้งไม้ความสุขเราอยากให้อยู่นานๆ
ก็มาแค่แว๊บเดียวก็เปลี่ยนไม้พลัดอีกแล้ว วิธีการง่ายๆ คือเมื่อได้รับไม้ความทุกข์มาแล้วจะทำอย่างไรหละถึงจะเปลี่ยนไม้ให้เร็วที่สุดนั่นเอง ซึ่งไม้พลัดความทุกข์ส่วนหนึ่งเขาก็ก่อตัวมาจากเพื่อนทั้งสองที่ได้กล่าวถึงไว้ข้างต้น คือนายยึดและนายคาด เมื่อรู้เช่นนี้ผู้เขียนก็ขอชักชวนให้ผู้อ่านลองถามใจของตนเองว่าแล้วจะทำอย่างไรจึงจะเข้าใจในตัวเพื่อนทั้งสองคนของเราที่เขาจะมาแวะเวียนหาเราเสมอ
บางครั้งรับไม้ความทุกข์มาอยู่ในมือไว้นานกว่าไม้ความสุข บางครั้งไม้ความสุขเราอยากให้อยู่นานๆ
ก็มาแค่แว๊บเดียวก็เปลี่ยนไม้พลัดอีกแล้ว วิธีการง่ายๆ คือเมื่อได้รับไม้ความทุกข์มาแล้วจะทำอย่างไรหละถึงจะเปลี่ยนไม้ให้เร็วที่สุดนั่นเอง ซึ่งไม้พลัดความทุกข์ส่วนหนึ่งเขาก็ก่อตัวมาจากเพื่อนทั้งสองที่ได้กล่าวถึงไว้ข้างต้น คือนายยึดและนายคาด เมื่อรู้เช่นนี้ผู้เขียนก็ขอชักชวนให้ผู้อ่านลองถามใจของตนเองว่าแล้วจะทำอย่างไรจึงจะเข้าใจในตัวเพื่อนทั้งสองคนของเราที่เขาจะมาแวะเวียนหาเราเสมอ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น