วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559

กุญแจครูฟา



ผู้อ่านอาจจะงงสงสัย ว่าปกติจะได้ยินกุญแจซอล แต่เพราะไรถึงเขียนกุญแจฟา ผู้เขียนจะขอเล่าให้ฟังว่า กุญแจฟานั้น เกิดเหตุจากวันหนึ่ง ได้นำรถมอเตอร์ไซต์ของตนเองซึ่งเป็นรถที่เก่ามากๆ ตั้งแต่สมัยเรียน เนื่องจากกุญแจที่ล็อคคอหาย นำไปให้ช่างทำกุญแจเขาทำให้ ช่างถอดที่ล็อคออกจากตัวรถ นำไปแก้ไข ขณะที่ยืนรอสังเกตได้ว่า ช่างต้องเปลี่ยนลูกกุญแจใหม่ประมาณ 3 ลูก ไม่รู้เหมือนกันว่าด้วยเหตุอันใด ส่วนหนึ่งคงเนื่องมาจากไม่มีกุญแจสำลองให้เขานั่นแหละ เหงื่อหยดลงพื้นเม็ดใหญ่ๆ ระหว่างที่ยืนดูช่างทำกุญแจอยู่นั้นก็ได้โยงความคิดของตัวเองเกี่ยวกับ facilitator  ก็มีการลองผิดลองถูกเหมือนที่ช่างทำกุญแจกำลังทำอยู่ ช่างต้องใช้ความพยายามพอสมควรกว่าจะได้ลูกกุญแจที่เหมาะสมสามารถนำไปใช้ได้ ต้องเสียเหงื่อ เรียกว่าต้องใช้แรงกาย แรงสมองและแรงใจ จึงจะประสบความสำเร็จได้ คนที่จะเป็นฟาก็เหมือนกันต้องทดลองนำเครื่องมือที่ได้รับการติดตั้งหรือที่ได้จากการสั่งสอนของฟารุ่นพี่และผู้เชี่ยวชาญนำไปใช้ ทั้งนำไปใช้ในการจัดเวทีการเรียนรู้ ใช้ในการจัดการเรียนการสอน และใช้ในชีวิตประจำวันของตนเอง ต้องใช้ทั้งแรงกาย แรงสมอง และแรงใจ ในการดำเนินกระบวนการจึงจะทำเวทีการเรียนรู้ขึ้นมาได้แต่ละครั้ง  แต่ความแตกต่างระหว่าง การลองผิดลองถูกของช่างทำกุญแจกับการลองผิดลองถูกของผู้ที่เป็น fa นั้น ต่างกันตรงที่ สิ่งที่ทดลองนั้นไม่เหมือนกัน ช่างทดลองทำกับสิ่งที่ไม่มีชีวิตไม่มีความรู้สึก จะหยิบจับอย่างไรก็ตามสบาย แต่คนที่เป็นฟานั้น ต้องทดลองทำกับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์เหมือนกับตัวเราพวกเขาเหล่านั้นมีชีวิตมีความรู้สึก มีความคิด มีศักยภาพของความเป็นมนุษย์อยู่เต็มกำลัง การที่จะทดลองใช้เครื่องมือ กระบวนการต่างๆ ผู้ที่เป็น fa จึงต้องใช้สติ มีการไตร่ตรองอย่างรอบคอบเสียก่อนว่าเหมาะสมไหม ทำไปแล้วจะมุ่งสู่สิ่งที่ตั้งธงไว้หรือไม่ ดังนั้นผู้ที่เป็น fa จำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนทักษะพื้นฐานที่จำเป็นและสร้างจิตสำนึกความรักความเมตตาให้กับ ผู้ร่วมกระบวนการทุกคน ความเชื่อมั่นในศักยภาพของความเป็นมนุษย์ที่เขาจะสามารถพัฒนาตัวของเขาเองได้ แต่ท้ายสุดแล้วก็คงกับไม่เท่ากับการที่ได้ติดตั้งเครื่องมือ ทักษะ กระบวนการต่างๆ ไปแล้วต้องถูกนำไปทดลองใช้นั่นเอง ซึ่งสิ่งที่จะเป็นอุปสรรคขั้นต้นของผู้ที่จะเริ่มเป็น fa ครั้งแรกคงหนีไม่พ้นความกลัวและความคาดหวังภายในตัวเรา กลัวว่าตนเองนั้นคงจะทำไม่ได้ กลัวว่าทำไปแล้วจะไม่ได้รับการยอมรับ กลัวว่าจะทำไปแล้วจะเป็นการเพิ่มภาระงาน คาดหวังว่าเมื่อจัดเวทีเรียนรู้แล้วจะต้องประสบความสำเร็จ ได้รับคำนิยมชมชอบจากผู้ร่วมงานและผู้ที่ร่วมกระบวนการเรียนรู้ และอีกนานานัปการที่มนุษย์จะคิดปรุงแต่งไปได้ ซึ่งปกติแล้วคนเราก็มักที่จะเชื่อว่าตนเองต้องเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ ต้องการเป็นที่รักและได้รับการยอมรับจากคนอื่น สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นอุปสรรคต่อการขยายความรู้ทางปัญญาของคนเราทั้งสิ้น หากผู้ที่จะเป็น fa สามารถที่จะก้าวผ่านความกลัว ความคาดหวัง ความเชื่อว่าตนเองจะต้องเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบได้แล้วนั้น ก็จะทำให้เกิดพลังในการที่จะได้ลองทำเวทีการเรียนรู้ ซึ่งบางครั้งก็ต้องมีการลองผิดลองถูก มีความผิดพลาด ซึ่งจะเป็นผลพวงตามมาอย่างแน่นอน แต่ถึงกระนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการเรียนรู้กับผู้ที่เป็น fa โดยแท้จริง หากมองให้ลึกๆ แล้วก็ยังมีสิ่งที่ตอบแทนให้กับผู้ที่เป็น fa  แต่ละคน ซึ่ง fa  เองนั่นแหละจะสามารถตอบคำถามได้ด้วยตนเองว่า เมื่อทำเวทีการเรียนรู้ไปแล้วเกิดการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงอย่างไรภายในตัวเอง ผู้เขียนขออ้างอิงคำกล่าวในหนังสือของ ดร.นวลศิริ เปาโลหิตย์ ว่า “หากได้แต่อ่านแต่ไม่นำไปปฏิบัติ ก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไร”  ซึ่งเป็นคำกล่าวที่สะกิดใจให้ผู้ที่เตรียมตัวจะเป็น fa ได้นำไปขบคิดดูสักนิด ว่า ท่านพร้อมหรือยังที่จะก้าวผ่าน สภาวะต่างๆ ภายในจิตใจของตนเอง เพื่อนำเครื่องมือ อาวุธทางปัญญา กระบวนการ นำไปสรรค์สร้างให้กับลูกศิษย์ ครู และครอบครัว และแต่งเติมด้วยความรักความเมตตาลงไปก็จะเป็นการเติมเต็มอีกทางหนึ่ง
            จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นการทำกุญแจ หรือ การเป็น fa จะต้องกล่าวผ่านสภาวะภายในใจของผู้ที่ปฏิบัติด้วยกันทั้งนั้น ความผิดพลาดในวันนี้ก็จะเป็นบทเรียนที่จะช่วยสอนและพัฒนาเราในวันหน้า

            นักเรียน fa

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น